การเดินทางมาของสายลมหนาว
ทะเล...ที่หลงรักอ้อมกอดของสายลมหนาว
สเตตัสบนเฟซบุคของรุ่นน้องคนหนึ่งบอกเล่าบรรยากาศที่ปายไว้ที่ 16 องศา
แค่หลับตาแล้วจินตนาการว่าตัวเองปล่อยชีวิตช้าๆ ไว้ที่นั่นก็มีความสุขมากแล้ว
ฉันคนพบ ว่า ฉันมิได้โหยหาทะเลเท่ากับสายลมหนาว
แต่ถ้าเป็นเรื่องของทะเลหน้าหนาว
นั่นคงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวได้น่ารักที่สุดของเราแล้ว
เช้านี้มีแคร๊กเก้อทาด้วยทูน่าสเปรด ทานคู่กับม๊อคค่าร้อน
ม๊อคค่าในแบบของเรา...
นมสดหนึ่งแก้ว อุ่นในไมโครเวฟ ใส่กาแฟเวียดนามลงไป น้ำตาลหนึ่งช้อน โกโก้หนึ่งช้อน
ก่อนหน้านั้นแรกลืมตาตื่น....สะลืมสะลือเปิดน้ำก๊อกใส่ถัง
(ที่เคยเป็นถังใส่สีมาก่อน ซื้อมาเมื่อตอนย้ายเข้ามาคอนโดเมื่อสองปีที่แล้ว)
หิ้วถุงน้ำเปิดบานประตูสไลด์จากด้านในห้องนอน
ต้นไม้ริมระเบียงทำท่ากระดุ๊กกระดิ๊กโบกกิ่งใบเบาๆ
อากาศข้างนอกเย็นกำลังดี มีลมพัดเบาๆ ... แค่นี้ก็เป็นสุขไปเองซะมากโขแล้ว
กลับมาสู่ชีวิตเดิมๆ กันต่อ ....
เจ็ดโมงสิบห้านาทีแล้ว ...อาบน้ำ-ล้างหน้า-แปรงฟัน
เครื่องซักผ้าทำงานเสร็จพอดีตอนที่อาบน้ำเสร็จ
ทาแค่มอยเจอร์ไร้ซ์เซ่อ มัดผมลวกๆเป็นกระจุกไว้ด้านหลัง
หยิบเสื้อยืดเน่าๆสีขาวลายจุดดำ กางเกงยีนส์รียูสตัวเมื่อวาน..แฮ่..
ตากผ้าเสร็จแล้ว ปิดโทรทัศน์ที่สรยุทธิ์กำลังพูดถึงกับตันแจ๊กสแปร์โร่
ซ้อนท้ายพี่วินออกมาจากซอยบ้านมาโผล่ที่ใกล้ๆ บีทีเอสอ่อนนุช
(วันนี้โคตะระไม่อยากออกจากบ้านมาทำงานเลยเหอะ >,<)
วันนี้เลยได้เมินหมูทอดเจียงฮาย...เพราะได้หม่ำแคร๊กเกอร์ทูน่ามาแล้ว
เลือกใช้รถเมล์เปิดประทุน อยากสัมผัสกับอากาศไม่บริสุทธ์ในอีกรูปแบบบ้าง
แต่ก็ให้บรรยากาศของลมหนาวเล็กๆที่พัดมากระทบผิว (พร้อมกับควันพิษ –“-)
กรุงเทพ ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ได้เย็นบ้างก็ดีที่สุดแล้ว ...

ระหว่างทางเดินหลังจากลงมอเตอร์ไซค์
ริมทางสองฝั่งที่มีร้านเปิดท้ายตั้งอยู่ สายตามองเหลือบไปเห็น
เส้นสายลายสีแบบนี้ วาดอยู่ตรงริมผนังซุ้มหนึ่งซุ้ม น่ารักดีเนอะ
พักความตึงล้าจากหน้าที่การงาน ...
พักความตึงเครียดจากสถาณการณ์น้ำท่วม ...
หดหู่กับอนาคตของประเทศชาติ ว่าจะก้าวต่อไปทางไหนอีก
คดโกง กัดกิน กัดกร่อนประเทศ จนเหนื่อยแทนประเทศจริงๆ
อยากเปลี่ยนงานใหม่ ... แต่มันก็ยังแอบติดอยู่ที่ว่า ...
อยากทำงานใกล้ๆ บ้านค่ะ ... หมดแรงที่จะเดินทางไกลๆแล้ว
แก่ แล้ว .... เกาะกระแสขึ้นเลขสามกับเค้าแล้วนินา >.<
ตอนนี้ รู้สึกได้ว่าตัวเอง เริ่มมอง “การใช้ชีวิต” มาเป็นอันดับแรกๆ
การได้ใช้ชีวิตใกล้ๆ ผู้คน สังคม บ้าน ของเราให้มากขึ้น
ถ้ามันไม่ได้แย่จนเกินไป เราก็เลือกที่จะอยู่ในที่ ที่ใจเรารู้สึกร่มเย็น
(แอบคิดไปเองว่าการที่เราเสียเวลาอยุ่บท้องถนน
แทนที่จะอยู่กับคนที่บ้าน เราคิดแล้วแอบเศร้า)
ถึงตอนนี้จะไม่มีใครอยู่ด้วยที่บ้านก็เหอะ ฮ่าๆๆๆ >,<

8 พฤศจิกายน 2554 ลมหนาวพัดมาในรถเมล์เปิดประทุน
กลายเป็นคนติดบ้านไปซะแล้วค่ะ ...
มีต้นไม้เล็กๆ กระจุกนึงให้รดน้ำ ทุกเช้า ทุกเย็น
มีจักรเล็กๆ กับ กองผ้ากองอ้วนๆ
มีไหมพรม ไหมซัมเม่อ อีกกระบุงนึง
มีเตาอบ มีอุปกรณ์เบเกอร์รี่อีกหนึ่งเซ็ตย่อมๆ
มีอูคูเลเล่ และ หนังสือเพลงอีก กองหนึ่งเล็กๆ
มีหนังสือเล่มใหม่ๆ มาให้อ่านได้ทุกเดือน
แค่ข้างต้นทั้งหมด ... วันๆ นึงก็อยู่บ้านได้แบบไม่คิดจะเปิดทีวีไม่ต้องเปิดคอมแล้วค่ะ
แล้วใครจะยอมเสียเวลาเดินทางนานๆ หละคะ ^_____^
สำหรับวันที่อากาศดี(ในแบบของเรา)แบบนี้ ...
พรุ่งนี้ว่าจะลองทำ cup cake ง่อยๆ ไปให้เพื่อนๆที่อ๊อฟฟิตทานกันดีกว่า
เรื่องอร่อยหรือไม่คงไม่ต้องถาม ฮ่า...ฮ่า...เพราะคงลำบากใจจะตอบ ^^
สุขสันต์วันมาเยือนของสายลมเย็น ...
@ เจ้โอ๋ เจ้ อยากมีเลยของโอ๋ไปอีกอะ อิอิ แต่เค้าก็อยากมีนะร้านอ่า อิอิ คิดพถึงเหมือนกันจ้า เเ
แหม หลายกิจกรรมนะคะ กองผ้าถ้าอ้วนไปก็แจกจ่ายมาทางนี้บ้างอะไรบ้างฮ่ะๆๆ วันนี้ตอนเช้าล้างจานไปก็มองท้องฟ้าไป...ฟ้าสีสดมากกก
เข้าสู่หน้าหนาวแล้วสินะ
ปล. ขอบใจสำหรับเม้นท์น๊า..จ๊ะโอ๋
ชอบท้องฟ้าจัดๆ ตอนหน้าหนาวเนอะ ... เห็นแล้วมีความสุขทุกทีไป ^^
อิจฉาลูกกุ้งได้อยู่บ้านนนนรับลมหนาว >,<
มาอยุ่อ่อนนุช ร้อนเหลือใจ
แต่บ้านพี่ไม่ได้มาเยือนแบบสุขสงบนะคะ
มาพร้อมกับผิวที่แตกขึ้นอีกนิด แล้วก็ผมที่ร่วงอีกหน่อย เซ็งค่อต ๆ T_T
อ่านแล้วคิดถึงตอนทำงานออฟฟิตในกรุงเทพฯ ลมหนาววูบไหนพัดผ่านมากรุงเทพฯที ก็กลายเป็นวันพิเศษทีเดียว ^_^